จัดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก 2018/19 หลังผ่านไปครึ่งฤดูกาล


ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียว

​นี่คือทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกหลังผ่านไปครึ่งฤดูกาลในสายตาของเรา มาดูกันว่าใครที่ทำผลงานได้ดีในครึ่งแรกของซีซั่น จนติดทีมมาในครั้งนี้บ้าง


ผู้รักษาประตู อลิสซอน (ลิเวอร์พูล)

นี่ถือเป็นการเซ็นสัญญานักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ อลิสซอนย้ายจากโรม่าเพื่อมาเป็นนายด่านมือ 1 ที่แอนฟิลด์ แทนที่ของลอริส คาริอุส กับ ซิมง มินโญเล่ต์ และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสมค่าตัว 66.8 ล้านปอนด์

อลิสซอนเล่นบอลด้วยเท้าได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งมีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยม และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลเป็นจ่าฝูงของลีก ณ ตอนนี้ โดยนายด่านทีมชาติบราซิลเพิ่งจะเสียประตูไป 8 ลูกในลีก ซึ่งน้อยที่สุดจากทุกทีมในลีกท็อป 5 ของยุโรป

เขาอาจจะก่อข้อผิดพลาดบ้างในเกมกับเลสเตอร์ กับแมนฯ ยูไนเต็ด แต่มันก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย หากนับมาวัดกับการเซฟที่ยอดเยี่ยม และการออกบอลเพื่อให้ทีมขึ้นเกมบุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหตุผลทั้งหมดก็ทำให้เจ้าตัวเป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำครึ่งฤดูกาลนี้ของเรา


แบ็คขวา อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ)

แม้คริสตัล พาเลซ อาจจะไม่ได้ทำผลงานดีที่สุดในฤดูกาลนี้ แต่พวกเขาก็มีนักเตะคนหนึ่งที่แจ้งเกิดในฤดูกาลนี้ได้อย่างสวยงาม นั่นคือ อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็คดาวรุ่งวัย 21 ปี

ในฤดูกาลนี้ วาน-บิสซาก้า ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก และตอนนี้เขาก็ตกเป็นข่าวว่าจะย้ายออกจากเซลเฮิร์สต ปาร์ค เพื่อไปเล่นกับทีมที่ใหญ่กว่า

และเมื่อดูจากสถิติ วาน-บิสซาก้า ก็ยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก โดยเฉพาะการเจอกับทีมท็อป 6 ที่แข้งดาวรุ่งชาวอังกฤษ เขาเข้าปะทะคู่แข่งพลาดแค่เพียง 3 ครั้ง จากการพยายามเข้าปะทะ 26 ครั้งเลยทีเดียว และเจ้าตัวก็เป็นนักเตะที่เข้าปะทะสำเร็จที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้


เซนเตอร์แบ็ค เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค (ลิเวอร์พูล)

เขาก็เหมือนกับอลิสซอน ฟาน ไดจ์ค นั้นเข้ามายกระดับแผงเกมรับของลิเวอร์พูลได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่เดือนมกราคม เจ้าตัวนั้นเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง จนกลายเป็นหัวใจสำคัญของทัพหงส์แดงในตอนนี้

ปราการหลังชาวดัตช์เล่นลูกกลางอากาศได้เป็นอย่างดี และเล่นกับบอลได้อย่างยอดเยี่ยม ฟาน ไดจ์ค นั้นเป็นเหมือนฝันร้ายของกองหน้าคู่แข่งทุกคน และเขาก็ทำให้บรรดาซูเปอร์สตาร์ในแนวรุกของคู่แข่งหลายคนกลายเป็นเพื่อนักเตะดาดๆ ทั่วไปมานักต่อนักแล้ว


เซนเตอร์แบ็ค อายเมริค ลาปอร์ต (แมนฯ ซิตี้)

ลาปอร์ตเป็นอีกคนที่ย้ายมาพรีเมียร์ลีกในเดือนมกราคม และเขาก็กลายเป็นเซนเตอร์แบ็คอันดับ 1 ของทัพเรือใบสีฟ้าแล้ว

ลาปอร์ตเป็นกองหลังที่มีความเยือกเย็นยามอยู่กับบอล นอกจากนี้ เขายังเป็นกองหลังผ่านบอลได้ดี และสามารถขึ้นเกมได้ตามปรัชญาของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ด้วย ซึ่งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ปราการหลังเลือดน้ำหอมก็เป็นคนที่จ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดในลีกด้วย


แบ็คซ้าย ลูคัส ดีญ (เอฟเวอร์ตัน)

แม้จะไม่ได้ทำผลงานโดดเด่นมาก แต่ลูคัส ดีญ ก็ปรับตัวเข้ากับเอฟเวอร์ตันได้อย่างรวดเร็ว และผลงานของเจ้าตัวก็ดีขึ้นทุกสัปดาห์

การมาของดีญ ทำให้แบ็คซ้ายตัวเก๋าของทีมอย่างเลย์ตัน เบนส์ ต้องตกไปเป็นสำรอง โดยเฉพาะเรื่องทีเด็ดในลูกฟรีคิก ที่อดีตแบ็คของลีลล์สามารถทำประตูได้ในเกมกับวัตฟอร์ดและเบิร์นลีย์ นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเป็นกองหลังที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้อีกด้วย

แม้ในตอนนี้ ดีญอาจจะยังไม่ได้อยู่ในจุดพีคของตัวเอง แต่เขาก็กำลังเดินอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องในขณะนี้ และเจ้าตัวก็เป็นกองหลังที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้


มิดฟิลด์ตัวกลาง ลูคัส ตอร์เรร่า (อาร์เซนอล)

เอเมรี่เพิ่งจะเข้ามาคุมทีมอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้ และเขาก็พาทีมแพ้ 2 นัดแรกในลีก แต่หลังจากนั้นทีมก็ทำผลงานได้ดีขึ้นมาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเจ้าตัวเริ่มใช้งานกองกลางตัวใหม่อย่างลูคัส ตอร์เรร่า

ตอร์เรร่าย้ายจากซามพ์โดเรียมาที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในซัมเมอร์นี้ และเมื่อเขาได้เข้ามายืนในแผงกลางของทัพปืนใหญ่ แผงกลางของทีมก็ถูกยกระดับขึ้นในทันที มิดฟิลด์ชาวอุรุกวัยจ่ายบอลได้แม่นยำ เล่นเกมรับได้ดี และยังมีทีเด็ดจากลูกยิงไกลด้วย การมาของเจ้าตัวเป็นส่วนสำคัญให้อาร์เซนอลไม่แพ้ใครถึง 22 เกมติดกันในทุกรายการ ก่อนจะมาเสียท่าให้เซาธ์แฮมป์ตันในช่วงกลางเดือนธันวาคม

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม ทุกคนอาจจะนึกว่าตอร์เรร่าเป็นมิดฟิลด์มากประสบการณ์คนหนึ่ง แต่ขอโทษนะ เขามีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น


มิดฟิลด์ตัวกลาง : คริสเตียน เอริคเซ่น (สเปอร์ส)

หากวัดในเรื่องความสามารถและความมีอิทธิพลต่อทีมในแผงกลาง เอริคเซ่นก็ถือเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งเลย

ในฤดูกาลนี้ มีเพียงเอเดน อาซาร์ และไรอัน เฟรเซอร์ เพียง 2 คน ที่ทำแอสซิสต์ได้มากกว่าเอริคเซ่น โดยมิดฟิลด์เลือดโคนมรายนี้ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 7 ครั้ง และเจ้าตัวก็เป็นเจ้าของสถิติกองกลางที่มีส่วนร่วมโดยตรงต่อประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก หากวัดเป็นค่าเฉลี่ยต่อเกม (0.84 ครั้ง/เกม)


ปีกขวา ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้)

สเตอร์ลิงอาจจะทำผลงานในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาได้ไม่ดีนัก แต่ในพรีเมียร์ลีก ดาวเตะความเร็วสูงรายนี้ก็กลับมาระเบิดฟอร์มได้อีกครั้งหนึ่ง

ปีกวัย 24 ปี นั้นมีทักษะการเลี้ยงที่ยอดเยี่ยม และความเร็วที่จัดจ้าน จนทำให้เขาสามารถฉีกแนวรับของคู่ต่อสู้ได้ง่ายดาย รวมถึงยังทำประตูได้สม่ำเสมอด้วย และในตอนนี้ เขาก็ถือเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของแมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว ด้วยสถิติเป็นผู้เล่นที่ทำประตูในลีกมากที่สุดในทีม เทียบเท่าเซร์จิโอ อเกวโร่ (9 ลูก)


ปีกซ้าย เอเดน อาซาร์ (เชลซี)

ในช่วงซัมเมอร์ อาซาร์ตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะย้ายไปเล่นกับเรอัล มาดริด แต่ท้ายที่สุด เจ้าตัวก็ตัดสินใจลงเล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่อไปอย่างน้อยอีกฤดูกาลหนึ่ง

และในฤดูกาลนี้ อาซาร์ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ ให้กับทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ เขาทำประตูไปถึง 7 ลูก จาก 8 เกมแรกในลีก รวมถึงทำไปแล้ว 9 แอสซิสต์ มากที่สุดในลีกตอนนี้

ที่สำคัญคือ ในฤดูกาลนี้อาซาร์ถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งอยู่บ่อยครั้ง ในตอนแรกเจ้าตัวเล่นเป็นปีกซ้าย แต่ช่วงหลังเขาก็ถูกจับมายืนเป็นกองหน้าในแบบฟอลซ์ไนน์ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาสับสนจนฟอร์มตก แต่ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมกลับทำผลงานได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำไป


กองหน้า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

ในฤดูกาลที่แล้ว ไม่มีนักเตะคนไหนทำผลงานได้ร้อนแรงในพรีเมียร์ลีกมากกว่าโมฮาเหม็ด ซาลาห์ จากการเป็นดาวซัลโวของลีก และยังคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ที่ไม่ดีนัก ก็ทำให้แฟนบอลหลายคนเริ่มมองว่า ซาลาห์จะเป็นพวกเก่งฤดูกาลเดียวหรือเปล่า แต่ในตอนนี้ เสียงวิจารณ์เหล่านั้นก็ต้องเงียบไป เมื่อเจ้าตัวทำไปแล้ว 13 ประตู กับ 7 แอสซิสต์ นำดาวซัลโวของลีกอยู่ในตอนนิ้

ซาลาห์มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งทักษะที่ยอดเยี่ยม รวดเร็ว และจบสกอร์ได้ดี จนทำให้เขามีลุ้นรางวัลดาวซัลโวของลีก รวมถึงผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีกอีกครั้งในซีซั่นนื้

ขณะนี้ และเจ้าตัวก็เป็นกองหลังที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้


กองหน้า ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง (อาร์เซนอล)

อาร์เซนอลเริ่มต้นฤดูกาลแรกที่ไม่มีเวนเกอร์ได้ดีพอสมควร และเครดิตส่วนหนึ่งก็ต้องมอบให้กับโอบาเมยอง ที่มีฟอร์มการทำประตูร้อนแรงเหลือเกิน ดาวยิงที่ย้ายมาเล่นที่อาร์เซนอลตั้งแต่เดือนมกราคมนั้นสามารถปรับตัวให้เขากับสไตล์การเล่นของเอเมรี่ได้รวดเร็ว อีกทั้งยังเล่นเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี

2 ประตู ในเกมดาร์บี้แมตช์ลอนดอนเหนือกับสเปอร์ส ก็ถือเป็นไฮไลท์ในช่วงครึ่งฤดูกาลนี้ของอดีตดาวยิงดอร์ทมุนด์ และมีส่วนให้โอบาเมยองก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวของลีก จากการทำไปแล้ว 13 ประตูด้วยกัน


Powered by UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*